Tag Archives: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

จะได้ไปต่อไหม ! หรืออาจจะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของนักเตะ

Published by:

จะได้ไปต่อไหม ! หรืออาจจะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของนักเตะ

บทความนี้เป็นเรื่องของอนาคตของนักเตะที่มีต่อสโมสร ซึ่งอาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้อยู่กับทีม หลังอยู่ในช่วงคาบเกี่ยวของการพิสูจน์ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นดาวรุ่งที่ทำผลงานได้ดี แต่ต้องพัฒนาขึ้นมากับทีมชุดใหญ่ หรือนักเตะที่เป็นตัวหลักให้กับทีมในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ยังได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเอง ซึ่งสุดท้ายอาจจะลงเอยตามที่หวัง หรืออาจจะไม่เป็นไปตามที่หวังก็ได้

อาร์เซน่อล – โจ วิลล็อค
ฤดูกาล 2019-20 แทบจะเป็นฤดูกาลสำหรับความหวังของนักเตะ เมื่อลงสนาม โดยลงสนามไป 29 เกมในพรีเมียร์ลีก ในขณะที่ 2 ฤดูกาลก่อนหน้านั้นลงสนามไปเพียง 4 เกมเท่านั้น แม้การลงสนามส่วนใหญ่จะเป็นตัวสำรอง แต่ก็เป็นที่ชัดเจนสำหรับความเชื่อใจในตัววิลล็อค จากมิเกล อาร์เตต้า นายใหญ่ของทีม แน่นอนว่าฤดูกาล 2020-21 จะเป็นอีกหนึ่งบทสูจน์ของนักเตะแน่นอน

เชลซี – รูเบน ลอฟตัส ชีค
ลอฟตัส-ชีค ต้องมาเจอกับอาการบาดเจ็บอีกครั้ง หลังเริ่มได้รับโอกาสลงสนาม หลังจากหายเจ็บครั้งแรก แน่นอนว่าในตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้ ยังไม่มีชื่อนักเตะขึ้นมาตามหน้าหนังสือพิมพ์เท่าไหร่นัก แต่ถ้านักเตะไม่ได้ย้ายออกจากสแตมฟอร์ด บริดจ์ ฤดูกาลหน้าจะเป็นอีกฤดูกาลที่สำคัญแน่นอน

ลิเวอร์พูล – แฮร์รี่ วิลสัน
ปีกที่ได้รับการคาดหวังอย่างสูง แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างผลงานที่สะดุดตาให้กับทีมชุดใหญ่ได้ จนปัจจุบันอายุเข้าสู่วัย 23 ปี ซึ่งการสอดแทรกเข้ามาอยู่ในทีมตัวจริง ถือเป็นเรื่องยากมากๆ แม้ว่าเวลานี้นักเตะจะถูกตั้งค่าตัวเอาไว้ 20 ล้านปอนด์ แต่ถ้าการย้ายทีมไม่เกิดขึ้น และนักเตะยังสร้างความว้าวให้กับทีมไม่ได้ ฤดูกาลหน้าก็คงไม่ได้ไปต่อแน่

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – จอห์น สโตนส์
สโตนส์ไม่สามารถสร้างความประทับใจให้กับเป๊ป กวาร์ดิโอล่าได้ ในช่วงที่ทีมไม่มีแว็งช็องต์ กอมปานี และอายเมริค ลาปอร์ต แถมยังต้องเสียตำแหน่งให้กับแฟร์นานดินโญ่ กองกลางตัวรับ นอกจากนาธาน อาเก้ ที่ถูกดึงมาร่วมทีมแล้ว ถ้าแมนฯ ซิตี้ ไม่ได้ใครมาเพิ่มเติม สโตนส์ก็ยังอาจจะยังมีหวังที่จะได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – ดาบิด เด เกอา
การตัดสินใจต่อสัญญาฉบับใหม่กับดีน เฮนเดอร์สัน และนักเตะยืนกรานจะอยู่ในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ฤดูกาล 2020-21 เป็นเรื่องที่ส่งผลต่อเด เกอา โดยตรง หลังจากสร้างความผิดพลาดมาตลอด 18 เดือนหลังสุด จนมีเสียงเรียกให้เปลี่ยนตำแหน่งมือหนึ่งของทีม และจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนในอนาคตของนักเตะแน่ว่าจะได้อยู่หรือไป

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส – ต็องกีย์ เอ็มดอมเบเล่
สถิติค่าตัวสูงสุดของสโมสรเป็นสิ่งที่ค้ำคอโชเซ่ มูรินโญ่ อยู่ในเวลานี้ หลังนักเตะไม่สามารถสร้างความประทับใจได้ แม้เดอะ สเปเชียล วัน จะเคยออกมากล่าวถึงการให้โอกาสนักเตะลงสนาม แต่เอ็มดอมเบเล่ก็ยังเป็นข่าวกับการย้ายออกจากทีมอยู่กลายๆ แต่เพื่อความยุติธรรมสำหรับนักเตะ อาจจะได้เวลาอีก 1 ฤดูกาล สำหรับการโชว์ฟอร์ม

5 แข้งดังที่ไม่ได้ลงสนามเลยสักนาที นับตั้งแต่พรีเมียร์ลีกกลับมาแข่ง

Published by:

5 แข้งดังที่ไม่ได้ลงสนามเลยสักนาที นับตั้งแต่พรีเมียร์ลีกกลับมาแข่ง

นับตั้งแต่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 กลับมาแข่งขันอีกครั้งในวันที่ 17 มิถุนายน แม้หลายอย่างจะเปลี่ยนไป ทั้งเรื่องแฟนบอลที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าชมเกมในสนาม และต้องเจอกับนิว นอร์มอล ทั้งนักเตะ และแฟนบอล เมื่อบรรยากาศในสนามเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังมีนักเตะที่ต้องเจอกับสิ่งที่ไม่ได้คาดหวัง ซึ่งบทความนี้จะเป็นเรื่องของนักเตะที่ไม่ได้ลงสนามแม้แต่นาทีเดียว นับตั้งแต่พรีเมียร์ลีกกลับมาแข่งขันกันต่อ และเหลืออีกเพียง 2-3 เกมก็จะจบฤดูกาล

เจสซี่ ลินการ์ด (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

“เขากลับมาหลังจากล็อคดาวน์ พร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้มของเขา พร้อมกับพลังมากมาย” โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมกล่าว หลังส่งลินการ์ดลงเล่นในเอฟเอ คัพ 63 นาที แต่ก็ได้รับคะแนนหลังเกมเพียง 4 จาก 10 เท่านั้น ในขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ดกำลังลงตัวในเวลานี้ เมื่อไม่แพ้มาแล้ว 18 เกมติดต่อกันรวมทุกรายการ ทำให้ไม่มีที่วางพอสำหรับลินการ์ด และอาจจะถึงเวลาในการย้ายออกจากโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

เมซุต โอซิล (อาร์เซน่อล)

อนาคตของโอซิลกลายเป็นเครื่องหมายคำถามมาตลอด แต่ในเวลานี้ยิ่งจะชัดเจนเข้าไปทุกที เมื่อมิเกล อาร์เตต้า ไม่ได้เลือกส่งลงสนามเลย แม้นักเตะจะรับค่าเหนื่อยถึง 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ สิ่งเดียวที่จะทำให้การย้ายทีมไม่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะความตั้งใจของเพลย์เมกเกอร์ชาวเยอรมันที่จะอยู่ในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ต่อไปจนถึงปี 2021

เซอร์ดาน ชากิรี่ (ลิเวอร์พูล)

ชากิรี่ ลงสนามเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้เพียง 2 เกมเท่านั้น และแทบจะไม่มีส่วนร่วมกับทีมเลย สำหรับการคว้าแชมป์ลีกสูงสดในฤดูกาล 2019-20 ในขณะที่ลิเวอร์พูล พร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอในการปล่อยดาวเตะชาวสวิตเซอร์แลนด์ออกจากทีม ถ้าได้รับข้อเสนอ 25 ล้านปอนด์

มิชี่ บาตซูอายี่ (เชลซี)

เมื่อแฟร้งค์ แลมพาร์ด มีตัวเลือกในทีมพร้อมลงสนามเกือบทุกตำแหน่ง และด้วยฟอร์มการเล่นของโอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่กลับมาทำประตูให้กับทีมได้อีกครั้ง สวนทางกับผลงานของแทมมี่ อับราฮัม ที่ได้รับโอกาสมาตลอดช่วงครึ่งฤดูกาลแรก ก่อนที่จะหลุดฟอร์มไป เมื่อทีมเลือกเล่นด้วยแผนการเล่นกองหน้าคนเดียว จึงทำให้ไม่มีที่ว่างพอสำหรับบาตซูอายี่

ไรอัน เซสเซยอง (ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส)

เซสเซยอง แบ็คดาวรุ่งที่เป็นข่าวกับหลายทีมใหญ่ของเกาะอังกฤษมาตลอดหลายปีหลัง ก่อนที่จะเป็นท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ที่คว้าตัวนักเตะมาร่วมทีมได้สำเร็จ แต่ด้วยนักเตะเพิ่งจะอายุ 20 ปี แม้ว่านักเตะจะไม่ได้ลงสนามเลยในเวลานี้ แต่โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ไม่ได้คิดที่จะปล่อยแบ็คซ้ายรายนี้ออกไป หลังมีรายงานข่าวว่า บาร์เซโลน่า แสดงความสนใจ

แมนฯยู ปล่อย ดาร์เนียน กลับอิตาลี

Published by:

 แมนฯยู ปล่อย ดาร์เนียน กลับอิตาลี

“ปีศาจแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจปล่อยตัว มัตเตโอ ดาร์เมียน กองหลังชาวอิตาลีของทีม ย้ายไปร่วมทัพ “จัลโลบลู” ปาร์ม่า ทีมดังในกัลโชเซเรียอา อิตาลี หลังไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงของทีมได้และตกไปเป็นตัวเลือกในอันดับท้ายๆของทีม

สื่อดังในอิตาลีต่างออกมารายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า ปาร์มา บรรลุข้อตกลงในการคว้าตัว มัตเตโอ ดาร์เมียน อดีตกองหลังทีมชาติอิตาลีวัย 29 ปี จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยค่าตัว 1.5 ล้านยูโรเท่านั้น

 “ผมมีความสุขที่ได้กลับบ้าน นี่คือโอกาสครั้งสำคัญที่จะได้กลับมาเล่นให้ทีมชาติ”  ดาร์เมียน ตอบกับสื่อในอิตาลี

มัตเตโอ ดาร์เมียน ย้ายมาร่วมทัพจากสโมสรโตริโน่ ในปี 2015 ด้วยค่าตัว 13 ล้านปอนด์ แต่โชว์ฟอร์มได้ไม่ดีเท่าไรจึงไม่สามารถยึดตัวจริงของทีมได้ และสัญญาของเขาจะหมดลงในซีซั่นหน้าทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องปล่อยออกไป

ทั้งนี้ ดาร์เมี่ยน จะเป็นนักเตะรายที่ 4 ในการซื้อขายรอบนี้ที่โยกไปค้าแข้งในศึกกัลโชเซีย อา อิตาลี ตามรอบ  โรเมลู ลูกากู และ อเล็กซิส ซานเชซ ที่ย้ายซบ อินเตอร์ มิลาน และ คริส สมอลลิ่ง ที่เพิ่งย้ายไป โรม่า อีกด้วย