Tag Archives: แกร์ด มุลเลอร์

THE HERO ตำนานเหล่านักเตะผู้ยิงประตูชัยในฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศ

Published by:

ประวัติบอลโลกยุคเก่า

เฮลมุท ราห์น (เยอรมันตะวันตก VS ฮังการี : ฟุตบอลโลก 1950 รอบชิงชนะเลิศ)

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 1950 เป็นการแข่งขันที่ไม่ว่าแฟนบอลคนไหนก็ต้องคิดว่า ทีมชาติฮังการี น่าจะคว้าแชมป์โลกแบบสบายๆ เพราะคู่ต่อสู้ของพวกเขาก็คือทีมชาติเยอรมันตะวันตกที่เคยโดนพวกเขาขยี้มาแล้วในรอบแบ่งกลุ่มถึง 8-3 เรียกง่ายๆว่าในสายตาของนักเตะฮังการียุค “เมจิก แมกยาร์” ทีมอย่างเยอรมันไม่ใช่คู่มือของพวกเขาเลยทีเดียว ฮังการี เพียบพร้อมไปด้วยนักเตะเกมรุกฝีเท้าดีหลายคน ไล่ตั้งแต่ นานดอร์ ไฮเดกกูตี , โซลตัน ซิบอร์ , เฟเรนซ์ ปุสกัส , ซานโดร ค็อกซิส และอีกมากมายที่พร้อมทะลวงประตูฝั่งตรงข้าม

และการแข่งขันในนัดนี้ก็เกือบจะเหมือนเกมในรอบแบ่งกลุ่ม เมื่อฮังการียิงนำไป 2-0 แต่ว่าเยอรมันก็ยังคงไม่ยอมแพ้ ไล่ตีเสมอเป็น 2-2 ได้สำเร็จ และความระทึกก็เกิดขึ้นเมื่อตัวของ เฮลมุท ราห์น ดาวซัลโวตัวเก่งของทีมชาติเยอรมัน จัดการตะบันประตูให้เยอรมันพลิกขึ้นนำแบบช็อกโลก 3-2 หลังจากนั้น ปุสกัส มีโอกาสยิงเข้าประตูเช่นกัน แต่แทนที่มันจะเป็นสกอร์เสมอกัน 3-3 แต่กรรมการก็เป่าฟาล์วไปก่อน ทำให้ฮังการีฝันสลายทันที ! เยอรมันตะวันตกคว้าแชมป์โลกมาครองได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และตัวของ ราห์น ก็กลายเป็นวีรบุรุษของคนทั้งชาติไปในพริบตา

แกร์ด มุลเลอร์ (เยอรมันตะวันตก VS ฮอลแลนด์ : ฟุตบอลโลก 1974 รอบชิงชนะเลิศ)

เยอรมันนั้นหมายมั่นปั้นมือที่จะคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 มาครองให้ได้ โดยในหนนี้พวกเขาทะลุมาถึงรอบชิงชนะเลิศอีกครั้ง และหวังว่าจะชูถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลกในแผ่นดินตัวเองให้ได้ และคู่ต่อสู้ของพวกเขาก็คือ ฮอลแลนด์ ที่กำลังฟอร์มร้อนแรงด้วยระบบการเล่น “โททัลฟุตบอล” อันเกรียงไกร นำทัพมาโดย โยฮัน ครัฟฟ์ แถมยังมีดาวดังมากมายเต็มทีมที่ทำให้นักเตะเยอรมันต้องปวดหัวในการตามประกบด้วยแน่นอน

ฝั่งของเยอรมันก็ใช่ย่อย พวกเขามีสตาร์นักเตะฝีเท้าดีจากโกล์ยันกองหน้าเลยทีเดียว และนักเตะที่พวกเขาฝากความหวังไว้ในการทำประตูก็คือ “แดร์ บ็อมเบอร์” แกร์ด มุลเลอร์ ดาวยิงฝีเท้าดีที่ระเบิดตาข่ายได้เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียวในทัวร์นาเมนต์นี้ ฮอลแลนด์ ได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่ไม่กี่นาทีแรก จากจังหวะที่ ครัฟฟ์ โดนรวบล้มในเขตโทษ แล้วก็เป็น โยฮัน นีสเก้น ที่ซัดตีเสมอให้กับทีมได้สำเร็จ แต่จากนั้น เยอรมันตะวันตกก็กลับมาได้และตีเสมอฮอลแลนด์ได้จากจุดโทษเช่นกัน

แต่แล้วในช่วงก่อนที่เกมการแข่งขันครึ่งแรกจะจบลง เยอรมันเป็นฝ่ายบุก และตัวของ ไรเนอร์ บอนฮอฟ จอมทัพจากทีมมึนเข่นกลัดบัค ก็เป็นคนจ่ายบอลใส่พานทองให้ แกร์ด มุลเลอร์ พลิกกลับตัวยิงเข้าไปอย่างเด็ดขาดให้เยอรมันพลิกขึ้นนำ 2-1 ก่อนจบครึ่งแรก และจากนั้นในช่วง 45 นาทีหลัง ฮอลแลนด์รุมยิงให้ตายยังไงก็ไม่ผ่านมือ เซปป์ ไมเออร์ เข้าไปได้เลย จนท้ายที่สุด เยอรมันตะวันตกก็คว้าแชมป์โลกไปครองได้เป็นสมัยที่ 2 ด้วยฝีเท้าของ มุลเลอร์ ล้วนๆ

ฮอร์เก้ เบอร์รูชาก้า (อาร์เจนตินา VS เยอรมันตะวันตก : ฟุตบอลโลก 1986 รอบชิงชนะเลิศ)

มันคือเกมสุดคลาสสิกอย่างแท้จริง ในเกมนี้ตอนแรกนั้น อาร์เจนตินา เป็นฝ่ายนำเยอรมันตะวันตกอยู่ 2-0 จากนั้นเยอรมันตะวันตกก็สวมบทแข้งจอมคัมแบ๊กสามารถรัว 2 ประตูใส่อาร์เจนตินาจนตีเสมอเป็นสกอร์ ผลบอลสด 2-2 ได้สำเร็จ และหลายๆคนก็อาจจะคิดว่า อาร์เจนตินา อาจจะถอดใจไปแล้วก็ได้ แต่เปล่าเลย เพราะตราบใดที่อาร์เจนตินายังมีนักเตะที่ชื่อว่า ดิเอโก้ มาราโดนา อยู่ในทีมนั้น ทุกอย่างเป็นไปได้ เพราะต่อให้เขาไม่ได้ยิงประตู แต่เขาก็ยังสร้างสิ่งมหัศจรรย์ในสนามได้อยู่ดี เช่น “แอสซิสต์”

มาราโดนา ครองบอลอยู่บริเวณกลางสนาม และในพริบตานั้น เขาก็โชว์การวางบอลใส่พานด้วยซ้ายข้างถนัด ส่งบอลทะลุให้ตัวของ ฮอร์เก้ เบอร์รูชาก้า ดาวเตะตัวจี๊ดได้โอกาสหลุดเดี่ยววิ่งไปรับบอลแล้วพาบอลเข้าเขตโทษก็จะสังหารเข้าไปอย่างเด็ดขาด กลายเป็นประตูชัยให้กับ อาร์เจนตินา จนคว้าแชมป์โลกไปครองได้เป็นสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ ซึ่งมันคือการกลับมาเป็นแชมป์โลกได้อีกครั้งในช่วงเวลาห่างจากสมัยแรกเพียงแค่ 8 ปีเท่านั้น

แอนดี้ เบรเมห์ (อาร์เจนตินา VS เยอรมันตะวันตก : ฟุตบอลโลก 1990 รอบชิงชนะเลิศ)

มันคือการรีแมตข์นัดชิงชนะเลิศปี 1986 อีกครั้ง และมันห่างกันแค่ 4 ปีเท่านั้น อาร์เจนตินา ก็กลับมาเจอกับ เยอรมันอีกครั้งหนึ่ง นัดเตะก็แทบจะถอดมาจากนัดชิงเมื่อ 4 ปีก่อนทั้งสองทีมเลยทีเดียว และในเกนี้ อาร์เจนตินา ก็ยังหวังพึ่งการทำเกมของ ดิเอโก้ มาราโดนา อยู่เช่นเดิม

แต่ว่าเยอรมันเองก็ทำการบ้านมาดี พวกเขาล็อกตายตัวของ มาราโดนา ที่เริ่มตุ้ยนุ้ยแล้วได้สำเร็จ และในช่วงนาทีที่ 85 อาร์เจนตินาก็เสียจุดโทษให้กับเยอรมันแบบน่ากังขา ทางตัวของ โลธาร์ มัทเธอุส จอมทัพกัปตันทีมเยอรมันไม่กล้าเสี่ยงยิงเอง เขาให้ แอนดี้ เบรเมห์ แบ็กซ้ายดินระเบิดเป็นคนยิง และตัวของ เบรเมห์ ก็จัดการซัดด้วยเท้าขวาข้าง “ถนัดน้อยกว่าซ้าย” เข้าประตูไปอย่างเด็ดขาด ส่งผลให้เยอรมันคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 ไปครองในที่สุด ล้างแค้นอาร์เจนตินาได้สำเร็จ